บันทึกเป็นเว็บโปรด ตั้งค่าเป็นหน้าแรก คู่มือการเลี้ยงปั๊ก Engine by BigShopping
 คู่มือการเลี้ยงปั๊ก
คู่มือการเลี้ยงปั๊ก
( วันที่สร้าง : 2 เม.ย. 2554 จำนวนผู้ชมทั้งหมด : 1144 ) แบ่งปัน
ตอนที่ 1

หลังจากที่ได้ลูกสุนัขมาแล้ว (คาดว่า คงจะได้มาตอนอายุ เดือน
ครึ่ง ถึง สองเดือน) ให้นำกลับมาที่บ้านก่อน จัดหาสถานที่อยู่ที่
สะอาดที่สุด เช็ดถูกรง และ พื้นอย่างดี ด้วยน้ำยา แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
เช็ดให้แห้ง แล้วปล่อยสุนัขลงเดิน ขับถ่าย ต่างๆ ในบริเวณนั้นๆ
ให้เขาคุ้นเคยกับสถานที่ (ควรเป็นสถานที่เงียบๆ) หลังจากนั้น เอา
ขนม ใส่ชาม แล้ววางไว้ในกรง เอาเขาเข้ากรง ให้กินในกรงจะได้
รู้ว่า เข้ากรงแล้วอิ่ม ไม่กลัวกรง
จากนั้น ให้ปิดกรง อย่าเอาเขาออกมาอุ้มบ่อยๆ แล้วคลุมมุ้งอย่าให้ยุงกัด
แค่นั้นแหละ สำหรับวันแรก

- - - - - - - - - -

ตอนที่ 2



เราอาจสงสัยว่า ลูกสุนัขที่ได้มานั้น ฉีดวัคซีนแล้วหรือยัง
อันนี้ เราอาจจะไม่เชื่อ คนที่เราไปซื้อมา ให้เริ่มโปรแกรม
วัคซีนใหม่ทั้งหมดนะครับ

วัคซีนสำหรับลูกสุนัขนั้นอาจจะแบ่งได้คร่าวๆ ง่ายๆ ดังนี้นะ
1 วัคซีนรวม
2 วัคซีนรวมห้าโรค
3 วัคซีนกันพิษสุนัขบ้า

หมายเหตุ วัคซีนตัวอื่นนั้น อาจฉีดแยก โดยไม่ฉีดวัคซีนรวมได้
ในที่นี้จะไม่กล่าวถึง
การฉีดวัคซีนนั้น จะเริ่มฉีด ก็ต่อเมื่อ ลูกสุนัข มีอายุ 2 เดือนขึ้นไป
และ ไม่เป็นหวัดอยู่ ต้องแข็งแรง และ ต้องหลังจากที่มาที่บ้าน 1 สัปดาห์
เพราะ สุนัขเปลี่ยนที่อยู่ ถ้าไปฉีดตอนนั้น วัคซีนจะไม่เกิดผลเท่าที่ควรครับ

- - - - - - - - - -

ตอนที่ 2 (ต่อ)

ถ้าไปคลินิก ก็บอกว่า ให้ฉีดวัคซีนรวมห้าโรคนะครับ
พอจบโปรแกรมวัคซีนรวมแล้ว ก็จะเริ่มฉีด วัคซีนพิษสุนัขบ้า
แต่ข้อควรระวังมีอยู่ดังนี้ครับ

1 สุนัขเมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ต้องนวดๆ ตรงบริเวณที่ฉีด
เพื่อให้วัคซีนกระจายออกไป ไม่รวมกัน จะได้ไม่เกิดเป็นไตเเข็งๆ
นะครับ ถ้าเกิดเป็นไตแข็งๆ กว่าจะหายก็นาน

2 ให้เฝ้าคอยมาดูสุนัขบ่อยๆ เพราะ สุนัขอาจเกิดอาการแพ้วัคซีน
ซึ่งมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งในจำนวนอาการที่บอกมา คือ
หน้าตาบวม ตัวเป็นผื่น เป็นไข้สูง อาเจียน หายใจถี่ ชัก ฯลฯ
ให้รีบพาสุนัขไปหาสัตว์แพทย์ หรือ ให้ยาแก้แพ้กับสุนัข( 1/4 ของเม็ด)
แต่ยาแก้แพ้ ก็มีหลายยี่ห้ออาจเกิดผลไม่ทันใจ ต้องรอเป็นชั่วโมง
ดังนั้น ไปให้คุณหมอฉีดยาแก้แพ้ให้จะให้ผลเร็วกว่า และ ป้องกัน
การเกิดเหตุสุดวิสัยครับ

- - - - - - - - -

ตอนที่ 3

ลูกสุนัข ต้องการอาหารทุกหมู่ แต่ผักบางอย่างเขา
ก็กินไม่ได้ อย่าลืมว่าสุนัขของเรา เป็นสัตว์กินเนื้อ
ดังนั้น หากไม่ให้กินอาหารเม็ด ก็ควรให้กินเนื้อสัตว์
ที่สุกดีแล้ว อย่างเช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว ส่วนเนื้อหมูนั้น
ไม่ค่อยแนะนำ เพราะทำให้ขนร่วงกว่ากินเนื้ออื่น
ยกเว้นว่า คุณใช้วิธีการให้อาหารเเบบ บาฟ(เนื้อสดๆสด)
ซึ่งหากใช้บาฟ ควรไม่ลืมการถ่ายพยาธิตัวกลมและตัว
แบนทุกๆ เดือนอย่างเคร่งครัด
อาหารเม็ด สำหรับลูกสุนัข
ในขั้นแรก ควรแช่อาหารเม็ดด้วยน้ำสะอาดเป็นเวลา
20 นาที ก่อนที่จะให้สุนัขทาน เพราะอาหารเม็ดจะ
บวมน้ำ ทำให้นิ่มแหละเหมาะสำหรับลูกสุนัขที่ฟันเพิ่งขึ้น
แล้วไม่ติดคอด้วย แถมยังหัดให้เคี้ยวอาหาร
การเลือกซื้ออาหาร มีแนวทางดังนี้

ให้พิจารณาใน 3 วิธีนี้นะครับ
1 อาหารเม็ดเกรดพรีเมี่ยม+แคลเซียม+วิตามิน
2 อาหารเม็ดเกรดปานกลาง+แคลเซียม+วิตามิน+น่องไก่
3 อาหารเม็ดเกรดค่อนข้างต่ำ+แคลเซียม+วิตามิน

วิธีที่ 1 และ 2 เหมาะสำหรับเจ้าของที่ไม่ค่อยมีปัญหา
เรื่องทุนการใช้จ่ายนะครับ แต่หากเลือกวิธีที่สาม ก็ควร
จะมีการสลับเป็น 1 หรือ 2 บ้างในบางสัปดาห์ เพราะ

วิธีที่3 จะทำให้สุนัขผอม เพราะ ส่วนผสมของอาหารเกรดต่ำ
นั้นจะไม่ให้คุณค่าเพียงพอกับความต้องการของน้องหมา
จึงควรจะเสริมอาหารสด หรือ อย่างอื่นเพิ่มเข้าไปด้วย
หากเราลองมาคำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละแนวทางแล้ว
จึงค่อยตกลงใจในการเลือกวิธี ก็ไม่ผิดครับ

- - - - - - - - -

ตอนที่ 4 : โปรตีน ที่ดีสร้างกล้ามเนื้อ โปรตีนแย่ๆ เสียดายเงิน

เรื่องความสำคัญของ ส่วนประกอบอาหาร และ ประโยชน์ที่ให้กับตัวสุนัข
นั้นเป็นเรื่องที่ ผู้เลี้ยง จะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ส่วนประกอบ
ของอาหาร ที่ควรพิจารณา คือ โปรตีน ครับ

โปรตีน มีหน้าที่ เสริมสร้างกล้ามเนื้อต่างๆ ในร่างกายสุนัข ลูกสุนัขจำเป็น
ต้องกินโปรตีนมากๆ เพื่อที่จะเอาไปใช้ในการพัฒนาการของโครงสร้างกล้ามเนื้อ
ต่างๆ ให้เฟิร์มขึ้นมาที่ละน้อย สำหรับปีแรก ควรเลือกอาหารที่มีส่วนประกอบ
เปอร์เซ็นต์โปรตีนมากๆ ไว้ก่อน แต่ จำไว้ว่า โปรตีน ก็มีหลายตัว โปรตีนที่ใช้
ในอาหารลูกสุนัข มีขนาดโมเลกุลไม่เท่ากัน และ บางครั้ง อาหารบางชนิดก็
ยังบดกระดูกสัตว์ปนมาเป็นส่วนผสม ซึ่งตรงนี้ คือข้อแตกต่างระหว่างอาหาร
สุนัขที่ดี และ ไม่ดี ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงโปรตีนลักษณะนี้ด้วย (อ่านข้างถุง
ดู ว่ามีส่วนผสมการบดกระดูกลงไปหรือเปล่า) เพราะว่า สุนัขจะได้รับโปรตีน
ชนิดที่ไม่ดีเข้าไปในร่างกาย และ นำไปใช้เสริมสร้างกล้ามเนื้อไม่ค่อยได้
ดังนั้น หากเราคิดว่าซื้ออาหารสุนัขราคาถูก แล้วค่อยไปเสริมด้วยเนื้อสัตว์
ในทุกๆ มื้อของการให้อาหาร จึงเป็นสิ่งที่ดีกว่าให้กินอาหารชนิดนั้นๆ แบบ
เพียวๆ ครับ

เรื่องปริมาณอาหาร และ ระยะเวลา
ถ้าจะคำนวนระยะเวลาของการใช้อาหารเม็ดจนหมดถึง จะต้องรู้ว่า สุนัขของเราน้ำหนัก
เท่าไหร่ก่อนครับ สำหรับอัตราการกินอาหารของสุนัข ต่อ วัน คือ กินอาหารอย่างน้อย
3% ของ น้ำหนักตัวสุนัข ต่อ 1 วันนะครับ ตัวอย่างคือ ถ้าสุนัขหนัก 1 กิโล ก็ต้องกิน
อย่างน้อยวันละ 300 กรัม ครับ (แต่ผมน่ะ ให้เป็น 3% ต่อมื้อ ไม่ใช่ต่อวัน)
ตารางเปรียบเทียบความถี่การให้อาหาร สำหรับลูกสุนัข

อายุ 2 เดือน - - - - - 4 มื้อ/วัน - - - - - เวลาอาหาร 6.00 12.00 18.00 22.00
อายุ 4 เดือน - - - - - 3 มื้อ/วัน - - - - - เวลาอาหาร 6.00 12.00 18.00
อายุ 6 เดือน-1ปี - - 3 มื้อ/วัน - - - - - เวลาอาหาร 6.00 12.00 21.00


จากข้อมูลด้านบน ลองคำนวนดูเองนะครับ ว่า ควรจะซื้ออาหารกระสอบกี่โลดีครับ


หมายเหตุ : ในกรณีที่ท่านใช้อาหารที่มีค่า crude protein เกิน 30% (ดูข้างถุง)
ควรให้อาหารตามสูตรด้านบน (อย่าให้เหมือนผม ยกเว้นว่า สุนัขท่านซน และ มีกิจกรรมในแต่ละวันมาก
ทำให้ต้องการอาหารมากตามไปด้วย นะครับ)